รักข้ามเพศถูกยกเลิกในประเทศอินเดีย

เร็วๆนี้สื่อหลายสำนักทั้งโลกรายงานข่าวสารว่า ศาลฎีกาอินเดียมีคำพิพากษาให้การรักร่วมเพศไม่ใช่การกระทำที่ไม่ถูกกฎหมายประเทศอินเดียอีกต่อไป สร้างความชื่นชมยินดีให้กับคนข้ามเพศทั้งประเทศ Google และก็ Facebook อินเดียต่างขึ้นโลโก้สีรุ้งฉลองช่องทางดังที่กล่าวถึงมาแล้ว นับเป็นอีกก้าวสำคัญด้านความทัดเทียมทางเพศในประวัติศาสตร์ประเทศอินเดียและก็โลก

การรักร่วมเพศเป็นเรื่องผิดกฎหมายของหลายสังคม หลายวัฒนธรรม บ้างเคยผิด บ้างไม่ผิดแล้ว บ้างยังผิดอยู่ สำหรับประเทศอินเดีย มาตราที่ 337 ของประมวลกฎหมายอาญาประเทศอินเดีย มรดกที่อังกฤษ เจ้าอาณานิคม ทิ้งเอาไว้เมื่อ 157 ปีกลาย กำหนดให้การรักร่วมเพศเป็นอาชญากรรม โดยกล่าวว่า “การร่วมประเวณีกับเพศชาย เพศหญิงและก็สัตว์โดยผิดธรรมชาติ” เป็นการทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีโทษติดตะราง 10 ปี นอกจากนั้น ประเทศอินเดียซึ่งฯลฯเกิดอารยธรรมโลกอันดั้งเดิมยังมีกฎสังคม วัฒนธรรม จารีตประเพณี ที่ปฏิเสธคนข้ามเพศสืบต่อมานับพันปีแล้วด้วย

สมัครสล็อตออนไลน์ พร้อมโบนัสเครดิตฟรี

‘ฮิจร่า’ (Hijrah) ถูกพูดถึงในตำราเรียนโบราณของอินเดียมาตั้งแต่ 4,000 ปีก่อน เป็นฝูงชนที่เกิดมาเป็นชายแต่รักความเป็นหญิง ซึ่งคงจะเทียบเคียงได้กับกะเทยในสังคมไทย ภาพเด่นของฮิจร่าเป็นชายที่แต่งตัวเป็นหญิง แต่งหน้าเสริมสวย และก็มีจริตจะก้านแบบหญิง ด้วยความเข้มงวดของสังคมทำให้คนเหล่านี้หนีหรือถูกไล่ส่งออกมาจากสังคมมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม การถูกกีดกันให้เป็นคนริมส่งผลให้ฮิจร่าจำนวนมากประกอบอาชีพโสเภณี หรือเดินขอเงินจากผู้คนตามสี่แยกไฟแดงและก็บนรถไฟ มีผู้นำที่เรียกว่า ‘กูรู’ ซึ่งผู้ที่เคยไปประเทศอินเดียก็บางทีอาจเคยประสบพบเห็น

ฮิจร่านับเป็นประเภทหนึ่งของคนข้ามเพศ หรือ LGBTQ ในสังคมประเทศอินเดียที่ยังเป็นสังคมชายเป็นใหญ่และไม่เปิดรับการเป็นคนข้ามเพศมากสักเท่าไรนัก สำมะโนประชากรประเทศอินเดียปี 2011 ประเมินว่ามีคนข้ามเพศในประเทศอินเดียโดยประมาณ 2.5 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติจากผู้ที่มาสมัครสมาชิกกับภาครัฐ ด้วยเหตุผลดังกล่าว จำนวนจริงก็เลยคงจะมากยิ่งกว่านี้มากมาย โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพิจารณาว่าอินเดียมีพลเมืองถึง 1,200 ล้านคน

คนอินเดียข้ามเพศส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับโอกาศด้านการศึกษาแล้วก็การเลี้ยงชีพ รวมทั้งถูกทำร้ายทั้งยังทางร่างกายแล้วก็จิตใจ แม้กระทั้งนักสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องสิทธิให้กลุ่มของผู้คนข้ามเพศก็พลอยซวยไปด้วย แม้กระนั้นพักหลังเริ่มมีการเปลี่ยนในทางบวกเยอะขึ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นในสังคมเมืองและกลุ่มคนที่มีการศึกษาเล่าเรียนรวมทั้งฐานะด้านการเงิน